วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553




หม้อแปลงไฟฟ้า
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแปลงพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับจากวงจรหนึ่งไปยังอีกวงจรหนึ่งโดยวิธีทางวงจรแม่เหล็กซึ่งไม่มีจุดต่อไฟฟ้าถึงกันและไม่มีชิ้นส่วนทางกลเคลื่อนที่ โดยทั่วไปเราใช้หม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อแปลงแรงเคลื่อนไฟฟ้าให้มีขนาดลดลงหรือเพิ่มขึ้นจากเดิมโดยมีความถี่ไฟฟ้าคงเดิม




เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง
เป็นหลักการเบื้องต้นของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงที่ประกอบด้วยขดลวดเพียงขดเดียว (2 - ตัวนำ) ซึ่งปลายทั้งสองต่อเข้ากับซี่ทองแดงของคอมมิวเตเตอร์ เมื่อทำให้หมุนในสนามแม่เหล็ก N - S จะใ้ห้กำเนิดแรงเคลื่อนไฟฟ้ากระแสสลับบนตัวนำทั้งสองของขดลวด ตามกฎมือขวาของเฟลมมิง และจะเปลี่ยนเป็นกระแสตรงเมื่อต่อผ่านซี่ทองแดงของคอมมิวเตเตอร์หลักการเบื้องต้นของเครื่องกำเนิืดไฟฟ้ากระแสตรง







ดังนั้นเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงต้องนำกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบนขดลวด (ตัวนำ) ไปใช้งานด้วยการต่อผ่านซี่คอมมิวเตเตอร์ (Commutator)





เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับลักษณะเดียวกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง ต่างกันตรงที่ปลายสายทั้งสองของขดลวดต่อเข้ากับแหวนทองแดง หรือสลิปริง (Slip Ring) จึงนำกระแสสลับที่ให้กำเนิดบนตัวนำไปใช้่งานโดยตรง ด้วยการต่อผ่านสลิปริงตามรูป หลักการเบื้องต้นของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552




แต่เดิมนั้น ไฟฟ้า และ แม่เหล็ก ถูกคิดว่าเป็นแรงสองแรงซึ่งแยกจากกัน อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเนื่องจากการตีพิมพ์ผลงานของ เจมส์ คลาร์ก แมกซ์เวลล์ ในปี 1873 บทความเกี่ยวกับไฟฟ้าและแม่เหล็ก (Treatise on Electricity and Magnetism) ซึ่งกล่าวถึงอันตรกิริยาของประจุบวกและลบเมื่อถูกแสดงในรูปทั่วไปด้วยแรงเพียงแรงเดียว มีผลอยู่สี่อย่างที่ได้จากอันตรกิริยาเหล่านี้ ทิศการไหลของกระแสก็ขึ้นอยู่กับทิศการเคลื่อนที่เช่นกัน
ผลทั้งหมดเหล่านี้สามารถอธิบายได้อย่างสวยงามใน
สมการสนามของแมกซ์เวลล์ ตัวอย่างเช่น แม่เหล็ก ทำให้เกิดการดูดหรือผลักเนื่องจากการเรียงตัวที่สอดคล้องกันหรือเป็นแนวอย่างเรขาคณิตของ สปิน

ในวิชา ฟิสิกส์ แรงแม่เหล็กไฟฟ้า คือแรงที่ สนามแม่เหล็กไฟฟ้า กระทำต่ออนุภาคที่มีประจุทางไฟฟ้า มันคือแรงที่ยึด อิเล็กตรอน กับ นิวคลิไอ เข้าด้วยกันใน อะตอม และยึดอะตอมเข้าด้วยกันเป็น โมเลกุล แรงแม่เหล็กไฟฟ้าทำงานผ่านการแลกเปลี่ยน messenger particle ที่เรียกว่า โฟตอน การแลกเปลี่ยน messenger particles ระหว่างวัตถุทำให้เกิดแรงที่รับรูได้ด้วยวิธีแทนที่จะดูดหรือผลักอนุภาคออกจากกันเพียงแค่นั้น การแลกเปลี่ยนจะเปลี่ยนคุณลักษณะของพฤติกรรมของอนุภาคที่แลกเปลี่ยนนั้นอีกด้วย



แม่เหล็กและสนามแม่เหล็ก แม่เหล็ก เป็นสารประกอบของเหล็กและออกซิเจน เป็นวัตถุที่ สามารถดูดสารแม่เหล็กบางชนิดได้ สนามแม่เหล็ก คือบริเวณหรือขอบเขตที่แม่เหล็กส่งเส้นแรงแม่ เหล็กที่มีอำนาจการดึงดูดออกไปได้ถึง
คุณสมบัติของเส้นแรงแม่เหล็ก 1. มีทิศออกจากขั้วเหนือเข้าสู่ขั้วใต้ 2. ถ้ามีเส้นแรงแม่เหล็กปริมาณมาก เส้นแรงแม่ เหล็กจะรวมกัน หรือต้านกันออกไปทำให้เกิดจุดสะเทิน ซึ่งเป็นจุดที่มีค่าความเข้มสนาม แม่เหล็กเป็นศูนย์




ฟลักซ์แม่เหล็ก คือ ปริมาณเส้นแรงแม่เหล็ก หรือจำนวนของเส้น แรงแม่เหล็ก ใช้สัญลักษณ์ ความเข้มสนามแม่เหล็ก (B) หมายถึง จำนวนเส้นแรงแม่เหล็กต่อ หน่วยพื้นที่ที่เส้นแรงแม่เหล็กตกตั้งฉาก B = ความเข้มของสนามแม่เหล็ก มีหน่วยเป็น Tesla(T)หรือ Wb/m2 = ฟลักซ์แม่เหล็ก มีหน่วยเป็น Weber (Wb) A = พื้นที่ที่ตกตั้งฉาก มีหน่วยเป็น ตารางเมตร (m2)

Current in wire
•เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเส้นลวดอย่างสม่ำเสมอ นั่นคือมีประจุเคลื่อนที่ ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กรอบเส้นลวด และเป็นไปตามกฏมือขวา


The Earth
•สนามแม่เหล็กโลกน่าจะเกิดจากชั้นของเหลวร้อนจัดและมีประจุในสถานะพลาสมามีการเคลื่อนที่ไปพร้อมๆ กันตามทิศการหมุนของโลกจากตะวันตกไปตะวันออก
•ขั้วใต้จึงมีสนามแม่เหล็กพุ่งออก และขั้วเหนือจึงมีสนามแม่เหล็กพุ่งเข้า

Bar Magnet
•แท่งแม่เหล็กสามารถให้กำเนิดสนามแม่เหล็กได้จากปรากฏการณ์ทางอะตอมของโลหะ
•ชิ้นเหล็กที่ไม่เป็นแม่เหล็ก “โดเมนแม่เหล็ก” จะชี้ไปทุกทิศทุกทาง สนามแม่เหล็กจึงหักล้างกัน
•ในขณะที่ชิ้นเหล็กที่เป็นแม่เหล็กนั้น โดเมนแม่เหล็กจะชี้ไปในทางเดียวกัน
•สามารถทำให้ชิ้นเหล็กที่ไม่เป็นแม่เหล็กกลายสภาพเป็นแม่เหล็กได้ โดยการนำสนามแม่เหล็กไปเหนี่ยวนี้


แหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กสามารถผลิตสนามแม่เหล็กได้มาจากการมีประจุเคลื่อนที่ (หรือการเกิดกระแสไฟฟ้า) ภายในแหล่งกำเนิดนั้นๆ โดยไม่เกิดการหักล้างกัน
สนามแม่เหล็ก
•รอบๆ แท่งแม่เหล็ก มีสนามแม่เหล็ก ซึ่งสามารถตรวจพบได้โดยใช้เข็มทิศ
•ในทางไฟฟ้า สามารถพบขั้วไฟฟ้าอยู่ได้อย่างเดี่ยวๆ แต่สำหรับแม่เหล็ก ไม่สามารถพบขั้วแม่เหล็กอยู่เดี่ยวๆ ได้สนามแม่เหล็กสามารถทำให้ประจุไฟฟ้ามีการเคลื่อนที่ นั่นคือ ถ้าอนุภาคมีประจุ q วิ่งด้วยความเร็ว v ผ่านสนามแม่เหล็ก B จะเกิดแรงกระทำ F ซึ่ง

สภาวะแม่เหล็กไฟฟ้าและการประยุกต์